Sam Powell

Author: adminseotwo

ไม่ต้องรีบเร่งอะไรให้มากมาย

ทุกวันนี้ต้องบอกเลยว่าสังคมมีแต่ความวุ่นวายมากมายไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องราวของการปรับตัวการใช้ชีวิตอย่างมากมาย หลายคนคงเจอปัญหาต่างๆกันไป แน่นอนว่า เราจะต้องพบเจอมันอยู่ตลอดเวลา เชื่อได้เลยว่าต้องใช้ชีวิตที่เร่งรีบเหลือเกิน พร้อมเรื่องราวที่ทำให้เราต้องเกิดอามรณ์ที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ แต่อย่างว่าแหละครับ วันนี้หลายคนคงจะมีอาการนอยด์ไม่อยากจะทำอะไรแล้วใช่ไหมละครับ การใช้ชีวิตที่ไม่ต้องรีบมากก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้คุณนั้นได้ผ่อนคลายการได้ออกไปผจญภัยก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณสดชื่นได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะป่าเขาที่ต้องบอกเลยว่าเหมาะสมกับคนที่เจอปัญหาหรนักๆ ออกไปเดินทางผักผ่อนพร้อมกับดื่มด่ำกับธรรมชาติให้สุด บางคนบางกลุ่มก็อยากจะเดินทางไปป่าเขาและอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นเลย การใช้ชีวิตบนป่าเขา ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะครับ เพราะคุณอาจจะไม่จำเป็นต้องไปอยู่ป่าเขา ถ้าใครที่จะอยู่ต้องบอกเลยควสรเตรียมไว้เป็นอย่างดี ป่าเขาต้องบอกเลยแฝงด้วยความอันตราย คนบางคนบอกว่าบางครั้งไม่จำเป็นต้องอยู่ป่า ชีวิตมันก็คือชีวิต  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรับตัวให้สอดคล้องในสภาพแวดล้อมทั้งหมด  จริงๆแล้ว คนเมืองก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายได้ เรื่องแบบนี้ไม่เกี่ยวกับสถานที่สักเท่าไหร่ มันอยู่ที่มุมมองและความคิดล้วนๆ นี่คือเรื่องราวของการใช้ชีวิตที่วันนี้นำมาฝากกันนะครับ สำหรับวันนี้ขอขอบพระคุณที่คิดคามกันนะครับ สำหรับวันนี้ไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ   ปรัญชาการทำงาน สวัสดีครับ วันนี้มีเรื่องของการใช้ชีวิต แน่นอนว่า

Read More

การปรับตัวในเขตภูเขาสูง

  แม้ความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพืชในเขตต่ำ แต่พืชแบบแอลไพน์แท้ในที่นี้ล้วนแต่เป็นชนิดเด่นๆ มีระบบกลไกที่ชาญฉลาด อันเป็นคุณลักษณะที่สำคัญทำให้พืชสามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาวะที่ยากแค้นต่างๆ ในบริเวณแถบภูเขาสูง ลักษณะของการปรับตัวที่เห็นได้เห็นอย่างเด่นชัดที่สุดก็คือ การที่พืชมีขนาดเล็กและลำต้นสั้น ทำให้พืชแบบแอลไพน์สามารถทอดตัวอยู่ต่ำๆ ให้พ้นทางลม แล้วมุ่งไปในทางเสริมสร้างความเจริญเติบโตในระยะเพาะปลูกช่วงสั้นๆ ในดอกบานได้ทัน เพื่อจะได้ขยายพันธุ์ต่อไปและนอกจากนั้นให้รากยาวเพื่อสะสมอาหารไว้ใช้สำหรับฤดูหนาว พวกพืชพรรณตามเทือกเขาสูงนั้นพอเข้าช่วงฤดูหนาวจะเก็บกักรักษาความชื้นไว้เพื่อใช้ในช่วงฤดูหนาว พืชบางชนิดจะมีใบหนาและมีขนตามลำต้นซึ่งมีลักษณะที่เคลือบด้วยขี้ผึ้ง ซึ่งคงความสามารถให้อยู่ในสภาวะที่ยากต่อการเจริญเติบโต การประหยัดอีกแบบหนึ่งได้จาก ความเขียวชอุ่ม ทำให้พืชใช้ใบชุดเดิมเป็นเวลานานกว่าหนึ่งฤดูเพราะใบเกิดใหม่ได้ยาก พืชบางชนิดปรับตัวให้เข้ากับความหนาวจนทำให้สามารถเจริญเติบโตช้าๆ ขณะที่ยังฝังอยู่ใต้หิมะ พืช ดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่สามารถดำรงอยู่ได้ในเขตหนาวบนเทือกเขาสูงเช่น ดอกกลอเรลภูเขา สามารถดำรงอยู่ได้โดยการรักษาปุยที่ได้จากเกสรจากแมลงที่มาเกาะ เพื่อสะสมไว้ภายในเพื่อป้องกันในช่วงฤดูหนาว ต้นหมอนชมพู เจริญเติบโตในที่โล่งแจ้งโดยใช้พลังงานแต่น้อยในการสร้างกลุ่มดอกที่แข็งแรงและกักเก็บพลังงานไว้ที่รากแก้วเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ เป็นต้น

Read More

ชีวิตบนเขาในแอฟริกา

  ทวีปแอฟริกาแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ราบแบบทุ่งสะวันนา แต่เป็นพื้นที่สูงซึ่งมีสิ่งมีชีวิตอาศัยเป็นจำนวนมาก ในแอฟริกามีภูเขาสูงคือ ภูเขาคิริมันจาโร เป็นยอดที่สูงที่สุดในทวีปและมีพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตต่างๆอาศัยอยู่ การที่ภูเขามีความสูงนั้น ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางภาวะแวดล้อม ซึ่งสะท้อนออกในรูปแบบของการจำกัดเขตการกระจายของพืชและสัตว์ การแบ่งเขตในลักษณะนี้ไม่มีที่ใดชัดเจนเท่าที่ดูบนเทือกเขารูเวนซอริ ซึ่งมีหมอกปกคลุมด้วยระยะทางกว่า 129 กิโลเมตร ทางเขตศูนย์สูตรของทวีปแอฟริกา เป็นที่ซึ่งรู้จักในนิทานโบราณว่าเป็น ภูเขาแห่งดวงจันทร์ ที่นี่ความร้อนแบบป่าชัฎ และความหนาวแบบธารน้ำแข็งอยู่ห่างกันไม่กี่กิโลเมตร ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ของสิ่งมีชีวิตในโลก ซึ่งชุมนุมอยู่ในเขตเด่นที่ถูกจัดแบ่งไว้ตามระดับ ในเขต 5 ซึ่งเป็นระดับที่ความสูง 3,700 เมตร ชาวยุโรปค้นพบเทือกเขานี้ในปี 1888 เมื่อเฮนรี่ สแตลี่ย์ นักสำรวจได้เห็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมแว๊บหนึ่งขณะเมฆแยกตัวออก ซึ่งเป็นโอกาสที่หายากมาก สแตลี่ย์ ตั้งชื่อตามภาษาพื้นเมืองว่า รูเวนซอริ แปลว่า ผู้ทำฝน ซึ่งบริเวณนั้นมีฝนตกตลอดปี ทำให้มีต้นไม้ใหญ่เจริญงอกงาม และในระดับบความสูง 1,700 เมตรเป็นบริเวณของทุ่งหญ้าสะวันนา มีสัตว์อาศัยเต็มไปหมด ถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ไปหมดลงที่ระดับ 2,040 เมตร ในเขตป่าฝนที่เฟิร์นขึ้นทั่วทุกที่ เหนือขึ้นไปเป็นป่าไผ่แล้วก็เป็นทุ่งอีสที่อากาศหนาว ซึ่งประกอบด้วยต้นเฮเธอร์ สูง 12 เมตร ซึ่งอยู่ในระดับความสูง 2,900 เมตร

Read More

พืชพรรณบนภูเขา

   ความสัมพันธ์ของพืชที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีที่ใดเห็นได้ชัดเท่าบนภูเขา ในระยะทางสั้นๆบนลาดเขาแต่ละแห่ง จะสามารถมองเห็นความแตกต่างของอุณหภูมิ ความชื้น ลม และดินอย่างเห็นได้ชัดเจน ท่ามกลางความรุนแรงของสิ่งเหล่านี้พืชแต่ละชนิดจะขึ้นในที่ที่เหมาะสมที่สุด แล้วปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นจึงเกิดเป็นชีวิตที่โอบรอบภูเขา ต้นไม้ที่แนวต้นไม้ ความหนาว ลม และความแห้งแล้ง เป็นจำกัดอันสำคัญของพืชในเขตสูง มีอิทธิพลอย่างมากต่อต้นไม้เพราะถ้าขาดความชื้นไปและขาดระยะการเติบโตที่ไม่มีน้ำค้างแข็ง สนไพน์และเฟอร์ที่ขึ้นอยู่หนาแน่นจะเล็กลง และขึ้นห่างๆตามลาดเขาที่สูงขึ้นไปในที่สุด ตามแนวต้นไม้ที่ไม่ตายตัวไม้แบบซับแอลไฟน์ชนิดที่ทนทานที่สุด ก็ไม่สามารถหาสิ่งที่จำเป็นขั้นต่ำสุดได้จึงหลีกทางให้แก่ไม้พุ่ม มอส และพื้นที่ว่างเปล่า เมื่อเข้าใกล้แนวต้นไม้ ต้นไม้ไม่เพียงแต่จะแคระเพราะความหนาวและแห้งแล้ง แต่ยังผิดรูปไปด้วยเพราะลมประจำถิ่นที่รุนแรง บางต้นเกาะกันเป็นก้อนหรือถึงกับหมอบราบลง บางต้นไม่มีกิ่งงอกทางด้านรับลม และบางต้นมีกิ่งแบบลมฝีกให้ โดยวนรอบต้นไม้ไปทางด้านกำบังลม เมื่อขึ้นไปสูงกว่า 2 ไมล์ ต้นไม้ส่วนใหญ่จะเป็นปุ่มปมและเป็นพุ่มซึ่งรอดผ่านฤดูหนาวมาได้โดยมีหิมะปกคลุม ซึ่งบางครั้งทำให้นักไต่เขาเข้าใจผิดคิดว่าได้ขึ้นมาพ้นเขตต้นไม้แล้ว แต่กลับพบว่าตนเองติดอยู่บนยอดต้นไม้ในดงเอลฟิน ซึ่งใช้เวลากว่าสิบปีก่อนจะโตเป็นต้นไม้เขียวขจีตามเทือกเขา

Read More

ความตายสีขาว

  เป็นรู้กันว่าการใช้ชีวิตแถบเทือกเขานั้น นอกจากจะเป็นจุดที่ต้องปรับตัวทั้งด้านการเดินทางที่แตกต่างจากที่อื่นของโลก ในเทือกเขาแอลป์ผู้คนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นทั้งอยู่อาศัยและการกสิกร แต่บางครั้งเทือกเขาอาจนำความตายและความหายนะมาสู่ผู้อาศัยในแถบเทือกเขาได้ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวจะทำให้อุณหภูมิลดลงติดลบ ทำให้หิมะตกซึ่งในย่านเทือกเขาต่างๆของโลกนั้นถือว่าเป็นช่วงที่อันตรายและต้องคอยระวังตัวอย่างมาก หิมะถล่มคือภัยที่มนุษย์ในเทือกเขาต้องเผชิญ ความตายสีขาวนั้นเป็นอันตรายที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับย่านภูเขาที่มีไหล่เขาสูงชัน หิมะอาจถล่มลงมาได้โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า หิมะปริมาณมหาศาลสามารถถล่มทับถมหมู่บ้านไว้ภายใต้กองหิมะหนักเป็นล้านตัน เป็นช่วงที่เสี่ยงอันตรายในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับหิมะและสภาพอากาศ ในปี ค.ศ. 1951 เกิดหิมะถล่มลงมาในประเทศแถบเทือกเขาแอลป์ โดยเฉพาะในสวิตเซอร์แลนด์นั้นมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์หิมะถล่มถึง 400 คน การเกิดหิมะถล่มนั้นไม่ต้องมีองค์ประกอบมากนัก เมื่อภาวะต่างๆพร้อมแล้วน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยบนไหล่เขา เช่น หิมะกระจุกหนึ่งหล่นลงมาจากต้นไม้ ก็จะทำให้ถล่มลงมาหรือแม้แต่เสียงที่เกิดจากการสะท้อนก็สามารถทำให้หิมะถล่มได้ และเมื่อหิมะถล่มมันจะเดินทางด้วยความเร็วกว่า 300 ไมล์/ชั่วโมง ซึ่งบ้าน อาคารต่างๆที่อยู่ในเส้นทางการถล่มจะไม่มีทางรอด ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและการแจ้งเตือนที่ก้าวหน้าทำให้ช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตจากหิมะถล่มได้อย่างมาก  

Read More

การสัญจรบนเทือกเขาแอลป์

   เทือกเขาแอลป์ เป็นเทือกเขาที่ใหญ่สุดของทวีปยุโรปโดยครอบคลุมตั้งแต่ออสเตรีย, อิตาลี และสโลวีเนียทางด้านตะวันออก ไปจนถึงสวิตเซอร์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, เยอรมนี และฝรั่งเศสทางด้านตะวันตกเป็นเทือกเขาอายุน้อย เกิดขึ้นเมื่อแผ่นทวีปแอฟริกามุดใต้แผ่นทวีปยูเรเซีย ภูเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์คือ ยอดเขามองต์บลังก์ ที่ความสูง 4,807 เมตร บริเวณชายแดนฝรั่งเศสกับอิตาลี แม้ว่าประเทศต่างๆที่อยู่บริเวณเทือกเขาแอลป์แต่ก็สามารถสร้างถนน การสัญจรต่างๆเพื่อใช้คมนาคมได้ การเดินทางในสวิตเซอร์แลนด์นั้นทำให้เกิดปัญหาสำหรับนักเดินทางที่ผิดแปลกไปจากธรรมดา ที่ทางคดเคี้ยวไปมาระหว่างภูเขาซึ่งสูงถึง 4,600 เมตร และหุบเขาซึ่งอยู่ระดับ 150 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลในย่านเทือกเขาจากจุดที่สูงกว่าถ้าลงไปอีกจุดหนึ่งที่อยู่ต่ำกว่า ระยะทางต้องเพิ่มขึ้นมากเพราะลงไปตรงๆไม่ได้ ในอดีตภูเขาต้องทำให้ผู้คนในแต่ละมณฑลต้องอยู่โดดเดี่ยวห่างจากกัน การเดินทางเพื่อไปมาหากันนั้นจึงเป็นไปได้ยาก ปัจจุบันการสร้างถนน รถไฟฟ้า รถกระเช้า สะพาน และอุโมงค์ช่วยให้การติดต่อ การเข้าถึงกันทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งภายประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นมีรถไฟสายเรเชียนที่มีชื่อเสียงของประเทศ ด้วยระยะทางกว่า 240 กิโลเมตร ผ่านสะพาน 376 แห่งและลอดอุโมงค์ 76 แห่ง เรื่องการส่งเสริมการเดินทางในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นมากที่สุดคือ การสร้างข่ายงานรถไฟฟ้า ซึ่งมีความหนาแน่นที่สุดในโลกเพราะเชื่อมทุกมณฑลเข้าด้วยกัน ใช้พลังงานไฟฟ้าจากน้ำตกซึ่งทำให้รถไฟวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ผู้โดยสารบ่นว่าไม่สามารถจะชมทิวทัศน์ของภูเขาที่งดงามแห่งนี้ได้อย่างจุใจ

Read More

ชีวิตบนเทือกเขาแอลป์ ที่สวยงาม

   หุบเขาที่เป็นสีเขียวและยอดเขาแหลม ประกอบกันขึ้นเป็นดินแดนภูเขาที่รู้จักกันดีที่สุดคือ เทือกเขาแอลป์ในยุโรป เทือกเขาแอลป์เป็นเทือกเขายุคใหม่ในเชิงธรณีวิทยา มีระดับความสูงประมาณ 4,600 เมตร เกิดจากการยกของระดับชั้นหิน การยกระดับขึ้นครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ 3 ล้านปีมาแล้วผู้คนที่อาศัยอยู่ในหุบเขาซึ่งเป็นเหมือนกำแพงป้องกัน ได้เพลิดเพลินกับความงดงามและมั่งคั่ง อิสรภาพ โดยไม่ถูกรบกวน การทำมาหากินจากดินแดนเทือกเขาแอลป์ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กสิกรบนที่สูงต้องต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ซึ่งกสิกรตามพื้นที่ต่ำไม่รู้จัก ข้อแรกเป็นปัญหาการขาดแคลนพื้นที่เพาะปลูกเพราะพื้นที่เป็นภูเขาส่วนใหญ่ กสิการในแคว้นไทรอลของออสเตรียจะหาแหล่งหรือพื้นที่ที่สามารถไถ่หว่านลงไปทุกที่ที่หาได้ แม้จะเป็นที่ชันมากพื้นที่ไถ่หว่านยาก การไถ่จึงต้องใช้มากถึงสองคน การเก็บเกี่ยวก็ต้องใช้เคียวเกี่ยว โดยไม่สามารถหาเครื่องจักรกลสมัยใหม่ได้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สูงชันมาก สำหรับในถิ่นที่ไม่อุดมสมบูรณ์และมีระยะเพาะปลูกสั้น นับเป็นปัญหาสำคัญของกสิกร แต่หญ้าหลายชนิดสามารถขึ้นได้งอกงามในภาวะแวดล้อมที่ยากลำบากนี้ จึงทำให้กสิกรส่วนใหญ่ในเทือกเขาแอลป์นั้นเลี้ยงโคนมเป็นหลัก การผสมพันธุ์จากสายเลือดเดียวกันทำให้ได้โคนมชนิดพิเศษซึ่งสามารถปรับตัวเข้าหาทุ่งหญ้าที่แตกต่างกันได้อย่างดี คล่องแคล่วสำหรับไหล่เขาชัน ขนาดโตตัวกว่าโคตามหุบเขา วิธีทำฟาร์มโคนมก็คือการปรับสภาพให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยวางท่อที่มีความยาวประมาณ 4.8 กิโลเมตรส่งนมจากฟาร์มที่สูงๆลงมายังจุดขนส่งที่หุบเขาเบื้องล่าง

Read More